“อัจฉริยบุคคลไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์หรือสายเลือด แต่เกิดจากการเรียนรู้และสภาพแวดล้อม”
ชื่อหนังสือ “รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว”
เขียนโดย มาซารุ อิบุกะ
แปล/เรียบเรียง ธีระ สุมิตร/ พรอนงค์ นิยมค้า
สำนักพิมพ์ หมอชาวบ้าน

พ่อชิดเห็นหนังสือเรื่อง “รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว” ที่ร้านหนังสือหลายครั้งหลายหน แต่ก็ไม่เคยสนใจ เพราะคิดว่าน้องนะโมยังเล็กเกินไป แต่พอได้ลองเปิดอ่านเป็นเบื้องต้น พบว่าหนังสือเล่มนี้ดีมีประโยชน์อย่างมาก สมควรอย่างยิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรอ่าน
ชอบที่สุดก็ตรงปกหลังที่ว่า “เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ตามวัย ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยหรือเร่งให้เรียนเกินวัย” และ “เด็กที่เกิดมาแล้วถูกทอดทิ้ง ใยประสาทของเซลล์สมองจะเกิดน้อย ทำให้ฉลาดน้อย เรียนได้ช้า ทำอะไรไม่ค่อยเป็น เฉื่อยชา ขาดเหตุผล แต่เด็กที่ได้รับการกระตุ้นทางตา หู จมูก ลิ้น และกาย ให้ได้เห็น ให้ได้กลิ่น ให้ได้ยิน ให้ได้รส ให้ได้สัมผัส ตั้งแต่เกิดใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้วยความรักจากแม่ จะช่วยให้ใยประสาทของเซลล์สมองงอกงาม”
แต่นี้ไปพ่อชิดจะพิถีพิถันทุกเรื่องสำหรับน้องนะโมให้มากกว่านี้ครับ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อน้องนะโมจะได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ บนพื้นฐานของความเหมาะสมครับ
yochien dewa ososugiru, ธีระ สุมิตร, พรสวรรค์, พรอนงค์ นิยมค้า, พรแสวง, มาซารุ อิบุกะ, รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว, ร้านหนังสือ, วิธีการเลี้ยงลูก, หนังสือดี, หมอชาวบ้าน, อัจฉริยบุคคล, เซลล์สมอง, เรียนรู้
วันก่อนพ่อชิดไปเดินซื้อของใช้ให้น้องนะโม เจอหนังสือเล่มนึงซึ่งเป็นหนังสือลอยน้ำ ชื่อเรื่อง “ใครร้องเสียงดัง” สำนักพิมพ์ HELLO KIDS ราคา 125 บาทแม้ว่าจะยังไม่ถึงวัย แต่เห็นว่าคงจะดีและมีประโยชน์สำหรับน้องนะโมบ้างตามสมควร ก็เลยซื้อมาทันทีโดยไม่รีรอ อิ ๆ

หนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือเล่มโปรดของน้องนะโมทันที ด้วยเพราะภาพประกอบที่เน้นสีสันฉูดฉาด เข้ม น่าสนใจมาก ๆ โดยในเรื่องประกอบด้วยภาพของสัตว์จำนวน 8 ชนิด ได้แก่ พี่ช้าง พี่นก พี่เป็ด พี่หมู พี่แมว พี่ไก่ พี่วัว และพี่หมา

ด้วยหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือลอยน้ำ ฉะนั้นจุดประสงค์หลักก็เพื่อให้เด็กได้ดูได้อ่านหนังสือได้ทุกที่ ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ โดยวัสดุที่ใช้ทำมาจากพลาสติกอย่างดี นอกจากไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเด็กแล้ว ยังไม่เปียกน้ำอีกด้วย โอกาสต่อไปคงได้นำภาพน้องนะโมพร้อมกับหนังสือคู่ใจ ตอนลงอ่างอาบน้ำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งครับ

ข้อดีของหนังสือเล่มนี้อีกอย่างคือ ช่วยให้น้องนะโมเรียนรู้ภาษาและพัฒนาทักษะการฟัง ทั้งยังส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้อีกด้วย สังเกตจากตอนแม่นุ้ยอ่านหนังสือพร้อมให้นะโมดูภาพประกอบ น้องนะโมจะหัวเราะชอบใจ คงจะมีความสุขไปอีกแบบ

HELLO KIDS, ของใช้เด็ก, พัฒนาทักษะการฟัง, สีสันสดใส, ส่งเสริมพัฒนาการ, หนังสือคู่ใจ, หนังสือตอนอาบน้ำ, หนังสือปลอดภัย, หนังสือพลาสติก, หนังสือภาพ, หนังสือลอยน้ำ, หนังสือสัตว์, หนังสือเล่มแรก, หนังสือเล่มโปรด, เรียนรู้ภาษา, ใครร้องเสียงดัง
หลังจากปิดบังความจริงมานาน วันนี้ได้ฤกษ์เฉลยซักที แท้ที่จริงแล้วน้องนะโมคือ “อุลตร้าแมนน้อย” ผู้ปกป้องพิทักษ์โลกให้รอดพ้นจากเหล่าร้ายนั่นเอง อิ ๆ

ภาพนี้วาดโดยคุณ bugmai แห่งเวบ Smileerror ครับ พอดีคุณ bugmai ทราบว่าพ่อชิดหลงใหลคลั่งไคล้ “อุลตร้าแมน” เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยจับน้องนะโมเป็น “อุลตร้าแมนน้อย” ซะเลย ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับ เพื่อน ๆ สามารถติดตามชมผลงานอื่น ๆ ของคุณ bugmai ได้จากเวบนี้ครับ www.smileerror.info
ultraman, การ์ตูน, ภาพล้อเลียน, ภาพวาด, สเก็ตภาพ, อุลตร้าแมน
วันนี้พาน้องนะโมไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลพะเยารามมาครับ เพิ่งกลับมาถึงเมื่อกี๊นี้เอง ตอนขาไปก็สนุกสนานเฮฮาดี ระหว่างขึ้นรถน้องนะโมยังคึกคักและหัวเราะร่าอยู่เลย ถึงโรงพยาบาลก็ยังไม่หยุด ยิ่งเจอคนเยอะยิ่งสนุกใหญ่ พ่อชิดก็เลยจับน้องนะโมโชว์การพลิกคว่ำซะเลย เอิ๊ก ๆ

วัคซีนที่น้องนะโมได้รับตอน 4 เดือนนี้ เป็นวัคซีนโปลิโอแบบหยอดทางปาก และวัคซีนเข็มรวมแบบฉีดที่ต้นขาด้านขวา ประกอบด้วย คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบครับ โดยหลังจากฉีดวัคซีนครั้งนี้แล้ว ต้องรอให้น้องนะโมอายุครบ 6 เดือน ถึงจะมารับวัคซีนอีกครั้ง (น้องนะโมแอบยิ้มดีใจใหญ่)

และแล้วช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง เริ่มต้นเมื่อเข็มฉีดยาแทงเข้าที่ต้นขาขวา น้องนะโมยังอาการปกติ จนกระทั่งวัคซีนถูกดันเข้าไปเกือบหมดนั่นล่ะครับ ร้องลั่นเลย ร้องดังมาก ๆ ดังจนพ่อชิดกะแม่นุ้ยใจหาย สงสารนะโมจับใจ แต่เพื่อสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงของน้องนะโม พ่อกะแม่ก็ต้องตัดใจ น้องนะโมจะเข้าใจมั้ยนะว่าเรารักน้องนะโมมากแค่ไหน “พ่อชิดกะแม่นุ้ยรักน้องนะโมที่สุดเลยคร้าบบบบบบบ”
4 เดือน, คอตีบ, ต้นขาด้านขวา, บาดทะยัก, พะเยาราม, วัคซีน, สงสาร, เข็มฉีดยา, เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ, โรงพยาบาล, ไอกรน