คืนนี้พ่อชิทท์นอนไม่หลับ หลังจากป้อนนมน้องนะโมเสร็จก็เลยเปิดเพลงกล่อมเด็กให้ฟัง  โดยเพลงกล่อมเด็กที่เปิดหาใช่เพลงกล่อมเด็ก 4 ภาค หรือเพลงกล่อมเด็กพื้นบ้านไทยที่เรา ๆ คุ้นหูกันไม่  หากแต่เป็นเพลงบรรเลงและเพลงคลาสสิก  ซึ่งน้องนะโมคงจะคุ้นชินท่วงทำนองตั้งแต่อยู่ในครรภ์  โดยแม่นุ้ยมักเปิดให้ฟังเสมอ ๆ

เปิดเพลงบรรเลงเพื่อกล่อมน้องนะโมได้ไม่นานก็หลับสนิท  พ่อชิทท์ก็เลยขอแอบถ่ายน้องนะโมตอนนอนหลับซะเลย  ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จะนอนหลับในท่านอนหงายได้  ทั้งที่ทุกครั้งตอนนอนหลับจะต้องนอนคว่ำ  แต่ก็ดีเหมือนกันครับ  เปลี่ยนบรรยากาศซะมั่ง อิ ๆ

เพลงบรรเลงที่น้องนะโมชอบฟังเป็นชีวิตจิตใจเลยก็คือ เพลงซิมโฟนี่หมายเลข 5 ของบีโธเฟ่น  และเพลงอื่น ๆ ของ Mozart  ไว้คราวต่อไปจะอัพให้ดาวน์โหลดไปลองฟังกันครับ  ทั้งในส่วนของการดาวน์โหลดเพลงคลาสสิก ดาวน์โหลดเพลงบรรเลง และดาวน์โหลดเพลงกล่อมเด็กอื่น ๆ เลยครับ

มิตรรักแฟนเพลงท่านใดมีความรู้และประสบการณ์เรื่อง “เพลงกล่อมเด็ก” ขอความกรุณาแนะนำด้วยครับ  เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาน้องนะโมต่อไปครับ

:???:ปล.  เพลงกล่อมเด็กที่น้องนะโมได้ฟังบ่อยที่สุด ไม่ใช่เพลงบรรเลงหรือเพลงคลาสสิกนะครับ  เป็นทุกเพลงที่พ่อชิทท์คิดได้ในตอนที่อุ้มน้องนะโมต่างหาก  ถ้าน้องนะโมพูดได้จะต้องชมว่าเสียงพ่อชิทท์เพราะมากแน่ ๆ

:sad: :cry: :mrgreen:

, , , , , , , , , , , ,

เมื่อสัปดาห์ก่อนพ่อชิทท์ได้เลือกซื้อ “รถพยุงตัวเด็ก” มาให้น้องนะโม แม้ว่าจะทราบดีว่าไม่ได้มีส่วนช่วยในการหัดเดินแม้แต่น้อย ทั้งยังอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต  หากปล่อยให้เด็กใช้รถโดยลำพังอีกด้วย

น้องนะโมกับรถพยุงตัวเด็ก

 รถพยุงตัวเด็กคันที่ซื้อมาเป็นสีฟ้า สามารถปรับระดับสูงต่ำได้  มีแตรดนตรี 3 เสียง มีพวงมาลัยกดแล้วเกิดเสียงเช่นกัน (ดูภาพปลากรอบ)

น้องนะโมกับรถพยุงตัวเด็ก

ด้วยลักษณะดังอธิบายข้างต้น ถือเป็นประโยชน์บ้างตามสมควร อย่างน้อยที่สุดสีสรรสดใสและเสียงของของเล่นประกอบ ก็ทำให้น้องนะโมเกิดความสนใจอย่างมาก  ทั้งยังช่วยแบ่งเบาภาระการเลี้ยงน้องนะโมของคุณยายบ้าง ตอนที่คุณยายอุ้มจนปวดแขนไปหมด แต่ก็ต้องเน้นย้ำคุณยายเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษครับ จับใส่รถพยุงตัวเด็กแล้วไม่ดูแลไม่ได้เลย  เพราะน้องนะโมใช้วิธีการถีบเอาครับ  วางแป๊บเดียวไปไกลเลยล่ะ  5 5 5

, , , , , , , ,

“อัจฉริยบุคคลไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์หรือสายเลือด แต่เกิดจากการเรียนรู้และสภาพแวดล้อม”
ชื่อหนังสือ “รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว”
เขียนโดย มาซารุ อิบุกะ
แปล/เรียบเรียง ธีระ สุมิตร/ พรอนงค์ นิยมค้า
สำนักพิมพ์ หมอชาวบ้าน

พ่อชิทท์เห็นหนังสือเรื่อง “รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว” ที่ร้านหนังสือหลายครั้งหลายหน แต่ก็ไม่เคยสนใจ เพราะคิดว่าน้องนะโมยังเล็กเกินไป แต่พอได้ลองเปิดอ่านเป็นเบื้องต้น พบว่าหนังสือเล่มนี้ดีมีประโยชน์อย่างมาก สมควรอย่างยิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรอ่าน

ชอบที่สุดก็ตรงปกหลังที่ว่า “เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ตามวัย ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยหรือเร่งให้เรียนเกินวัย” และ “เด็กที่เกิดมาแล้วถูกทอดทิ้ง ใยประสาทของเซลล์สมองจะเกิดน้อย ทำให้ฉลาดน้อย เรียนได้ช้า ทำอะไรไม่ค่อยเป็น เฉื่อยชา ขาดเหตุผล แต่เด็กที่ได้รับการกระตุ้นทางตา หู จมูก ลิ้น และกาย ให้ได้เห็น ให้ได้กลิ่น ให้ได้ยิน ให้ได้รส ให้ได้สัมผัส ตั้งแต่เกิดใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้วยความรักจากแม่ จะช่วยให้ใยประสาทของเซลล์สมองงอกงาม”

แต่นี้ไปพ่อชิทท์จะพิถีพิถันทุกเรื่องสำหรับน้องนะโมให้มากกว่านี้ครับ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อน้องนะโมจะได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ บนพื้นฐานของความเหมาะสมครับ

, , , , , , , , , , , , ,

นับอายุน้องนะโม