พอกลับมาอยู่บ้านพ่อกะแม่ก็ต้องพานะโมไปหาหมอ คราวนี้ไม่ได้ไปคลินิกอีกแล้ว พ่อพาเราไปโรงพยาบาลชื่อ “พะเยาราม” เป็นโรงพยาบาลเอกชน ผู้คนไม่เยอะเท่าไหร่ พยาบาลที่นี่หน้าตายิ้มแย้มแถมสวยๆ ทั้งนั้น นั่งหลีพี่พยาบาลอยู่นาน นะโมก็ยังไม่รู้เลยว่าพ่อกะแม่พามาทำอะไร กระทั่งพี่พยาบาลคนสวยมาเรียกให้เข้าพบคุณหมอ เดินเข้าไปนึกว่าจะเจอหมอสวยๆ ที่ไหนได้เป็นหมอผู้ชายเลยไม่น่าสนใจเท่าไหร่ ฟังผู้ใหญ่คุยกันได้สักพักก็พอจับใจความได้ว่า พ่อพาแม่มาฝากครรภ์เพื่อเตรียมตัวคลอดนะโมนั่นเอง (พ่ออยากให้กลับมาคลอดที่พะเยา เลยต้องมาฝากครรภ์ที่พะเยารามอีกที่นึง) ดูท่าทางพ่อจะตื่นเต้นมากกว่าแม่เสียอีก (เหมือนกับตัวเองจะคลอดเองงั้นแหละ) พอคุณหมอตรวจเสร็จก็พาไปอัลตร้าซาวน์อีกเป็นครั้งที่ 4 คราวนี้ไม่ธรรมดา เพราะเป็นการอัลตร้าซาวน์แบบ 3 มิติซะด้วย เลยทำให้พ่อกะแม่เห็นความสมบูรณ์ของนะโมชัดเจนมากกว่าทุกครั้ง คุณหมอบอกว่านะโมสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมาก ๆ และยืนยันว่านะโมจะได้ฤกษ์ออกมาดูโลกไม่เกินวันที่ 8 มกราคม 2551 ปัจจุบันผมมีอายุ 29 สัปดาห์แล้วครับผม
พอพ่อชิทรู้ว่านะโมไม่สบาย พ่อก็รีบเดินทางจากพะเยาด้วยระยะทางอันยาวไกลเพื่อจะมาดูอาการว่าแม่และนะโมเป็นยังไรบ้าง (นะโมพึ่งรู้นะว่าพ่อรักนะโมมากขนาดนี้) พอดีกับช่วงที่โรงเรียนของแม่นุ้ยปิดเทอม จึงทำให้นะโมได้กลับบ้านในทันที แต่การเดินทางไกลนี่ไม่สนุกอย่างที่คิดเลยแฮ่ะ มันโอนเอนโยกเยกอย่างไรไม่รู้ ก็นะโมเคยแต่อยู่นิ่งๆ เพราะแม่เค้าไม่เดินทางไกลตั้งแต่ท้องนะโม นะโมเลยไม่เคยนั่งรถไกลๆ เป็นห้าร้อยกว่าโลแบบนี้มาก่อน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปสองทุ่มกว่าแล้ว แต่ที่นะโมปลื้มที่สุดก็พ่อชิทท์นี่แหละ พ่อขับรถไกลมากๆ แถมไม่หยุดพักเลย ตลอดระยะทางพ่อต้องคอยหลบหลุมและทางที่มันขรุขระเพื่อให้นะโมกระทบกระเทือนน้อยที่สุด พ่อนะโมน่ารักที่สุดเลย
ช่วงนี้แม่นุ้ยทำงานหนักมากจนไม่มีเวลาพักผ่อน ทำให้แม่เครียดกับงาน ส่งผลให้นะโมไม่สบายไปด้วย แม่จึงพานะโมไปหาหมอโดยด่วน รอบนี้นะโมโดนจับอัลตราชาวน์อีกรอบ ทำให้ได้โชว์เจี๊ยวอีกแล้ว พร้อมกับขนาดตัวที่โตขึ้น นะโมรู้จักกำมือแล้วนะครับ แต่เพราะไม่สบายจึงไม่ค่อยดิ้นเท่าไหร่ ได้แต่นอนขดตัว โดยสรุปคุณหมอบอกว่านะโมไม่เป็นอะไรมาก ยังซนได้หายห่วง แต่เดี๋ยวนะโมต้องกระซิบบอกแม่บ้างแล้วล่ะ ว่าอย่าทำงานมากจนลืมดูแลตัวเอง และนะโมก็จะได้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงด้วยไงครับ
สัปดาห์นี้นะโมอายุครบ 25 สัปดาห์แล้ว พัฒนาการที่เห็นได้ชัดคือนะโมจะดิ้นแรงขึ้น และรู้จักการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกเช่น ถ้าได้ยินเสียงดังหนวกหู หรือได้ยินเสียงคุณแม่เรียกนะโมจะดิ้นทันที โดยเฉพาะเวลาหิว หากคุณแม่ยังไม่ทานข้าวสักที นะโมจะประท้วงโดยการดิ้นให้คุณแม่รู้ หรือถ้าคุณแม่ทานอาหารเสร็จได้สักพัก นะโมจะดิ้นนิดหน่อยเหมือนชอบใจที่ได้ทานอาหารอิ่มแล้ว คุณแม่คนอื่นที่มีอายุครรภ์ประมาณนี้คงรู้ดีว่าเวลาที่ลูกดิ้นนั้น คุณแม่จะมีความสุขมากแค่ไหน เพราะนอกจากจะแสดงว่าลูกสมบูรณ์แล้ว ยังรู้สึกรักและผูกพันกันมากขึ้น คุณหมอแนะนำให้แม่นุ้ยว่าถ้าอยากให้นะโมฉลาดและอารมณ์ดี ไม่งอแงเวลาคลอดออกมา ให้เปิดเพลงบรรเลงให้นะโมฟังเบา ๆ เล่นและพูดคุยกับนะโมเวลาที่โมดิ้น ไม่ต้องกลัวคนอื่นจะว่าแม่นุ้ยบ้า เพราะถึงบ้าก็บ้ารัก..”นะโม”
