Jul 15

ช่วงนี้งานเข้า เลยไม่ค่อยได้อัพเดตความเคลื่อนไหวของน้องนะโมเลย ตลอดจนไม่ค่อยได้แวะไปเยี่ยมบล็อกผองเพื่อนด้วย  ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ

ครั้งก่อนพ่อชิดเคยเขียนเรื่อง หนังสือเล่มแรกของน้องนะโม ไปแล้ว  ต่อมาเห็นน้องนะโมชอบ ก็เลยซื้อมาเพิ่มอีก ถึงตอนนี้มี 3 เล่มแล้ว ได้แก่เรื่อง ใครร้องเสียงดัง, เรือดำน้ำ และ ยานอวกาศ ครับ เป็นหนังสือลอยน้ำที่ทำจากพลาสติกเนื้อดี คงทน กันน้ำ ไม่ฉีกขาด พิมพ์ด้วยสีปลอดสารพิษ

แต่ด้วยน้องนะโมตัวโตขึ้นมาก  ทำให้อ่างอาบน้ำคับแคบ จนไม่สามารถนำหนังสือลอยน้ำไปเล่นขณะอาบน้ำได้  ตอนนี้ก็เลยนำมาอ่านให้น้องนะโมฟังบนบ้าน  บางทีน้องนะโมก็มารื้อเล่น คงเห็นว่ามีสีสันสวยงาม  รูปร่างแปลกตาน่าเล่นกระมัง อิ ๆ  จนตอนนี้หนังสือลอยน้ำได้กลายเป็นของเล่น ที่ห่างมือน้องนะโมไม่ได้เลยล่ะ อืม…เล่นง่ายจริง ๆ ลูกเรา อิๆ

May 14

“อัจฉริยบุคคลไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์หรือสายเลือด แต่เกิดจากการเรียนรู้และสภาพแวดล้อม”
ชื่อหนังสือ “รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว”
เขียนโดย มาซารุ อิบุกะ
แปล/เรียบเรียง ธีระ สุมิตร/ พรอนงค์ นิยมค้า
สำนักพิมพ์ หมอชาวบ้าน

พ่อชิดเห็นหนังสือเรื่อง “รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว” ที่ร้านหนังสือหลายครั้งหลายหน แต่ก็ไม่เคยสนใจ เพราะคิดว่าน้องนะโมยังเล็กเกินไป แต่พอได้ลองเปิดอ่านเป็นเบื้องต้น พบว่าหนังสือเล่มนี้ดีมีประโยชน์อย่างมาก สมควรอย่างยิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรอ่าน

ชอบที่สุดก็ตรงปกหลังที่ว่า “เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ตามวัย ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยหรือเร่งให้เรียนเกินวัย” และ “เด็กที่เกิดมาแล้วถูกทอดทิ้ง ใยประสาทของเซลล์สมองจะเกิดน้อย ทำให้ฉลาดน้อย เรียนได้ช้า ทำอะไรไม่ค่อยเป็น เฉื่อยชา ขาดเหตุผล แต่เด็กที่ได้รับการกระตุ้นทางตา หู จมูก ลิ้น และกาย ให้ได้เห็น ให้ได้กลิ่น ให้ได้ยิน ให้ได้รส ให้ได้สัมผัส ตั้งแต่เกิดใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้วยความรักจากแม่ จะช่วยให้ใยประสาทของเซลล์สมองงอกงาม”

แต่นี้ไปพ่อชิดจะพิถีพิถันทุกเรื่องสำหรับน้องนะโมให้มากกว่านี้ครับ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อน้องนะโมจะได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ บนพื้นฐานของความเหมาะสมครับ

May 10

วันก่อนพ่อชิดไปเดินซื้อของใช้ให้น้องนะโม เจอหนังสือเล่มนึงซึ่งเป็นหนังสือลอยน้ำ ชื่อเรื่อง “ใครร้องเสียงดัง” สำนักพิมพ์ HELLO KIDS ราคา 125 บาทแม้ว่าจะยังไม่ถึงวัย แต่เห็นว่าคงจะดีและมีประโยชน์สำหรับน้องนะโมบ้างตามสมควร ก็เลยซื้อมาทันทีโดยไม่รีรอ อิ ๆ

หนังสือเล่มแรกของนะโม

หนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือเล่มโปรดของน้องนะโมทันที ด้วยเพราะภาพประกอบที่เน้นสีสันฉูดฉาด เข้ม น่าสนใจมาก ๆ โดยในเรื่องประกอบด้วยภาพของสัตว์จำนวน 8 ชนิด ได้แก่ พี่ช้าง พี่นก พี่เป็ด พี่หมู พี่แมว พี่ไก่ พี่วัว และพี่หมา

หนังสือเล่มแรกของนะโม

ด้วยหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือลอยน้ำ ฉะนั้นจุดประสงค์หลักก็เพื่อให้เด็กได้ดูได้อ่านหนังสือได้ทุกที่ ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ โดยวัสดุที่ใช้ทำมาจากพลาสติกอย่างดี นอกจากไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเด็กแล้ว ยังไม่เปียกน้ำอีกด้วย โอกาสต่อไปคงได้นำภาพน้องนะโมพร้อมกับหนังสือคู่ใจ ตอนลงอ่างอาบน้ำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งครับ

หนังสือเล่มแรกของนะโม

ข้อดีของหนังสือเล่มนี้อีกอย่างคือ ช่วยให้น้องนะโมเรียนรู้ภาษาและพัฒนาทักษะการฟัง ทั้งยังส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้อีกด้วย สังเกตจากตอนแม่นุ้ยอ่านหนังสือพร้อมให้นะโมดูภาพประกอบ น้องนะโมจะหัวเราะชอบใจ คงจะมีความสุขไปอีกแบบ

:twisted:

Apr 22

วันนี้เป็นครั้งแรกที่น้องนะโมได้มีโอกาสหม่ำข้าว หลังจากเกิดสงครามระหว่างพ่อชิดกะคุณยายมาเนิ่นนาน เพราะเรื่องสืบเนื่องจากการให้น้องนะโมทานข้าวนี่ล่ะ พ่อชิดต้องการให้น้องนะโมทานข้าวตามคำแนะนำของคุณหมอ นั่นก็คือให้น้องนะโมอายุครบ 4 เดือนก่อน

เมนูแรกของน้องนะโมคือข้าวบดผสมไข่แดง 1/4 ส่วน แม่นุ้ยเป็นคนเตรียมและพ่อชิดเป็นคนบด 5 5 ร่วมแรงแข็งขัน เริ่มต้นอาจไม่คุ้นในช้อนแรก แต่พอได้ลองลิ้มชิมรส ทำให้น้องนะโมไม่สามารถปฏิเสธช้อนต่อไปได้ อร่อยใช่มั้ยครับน้องนะโม

จากนั้นพ่อชิดก็เลยแวะไปหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับอาหารสำหรับเด็ก ได้มา 3 เล่มด้วยกัน เล่มแรกคือเมนูหนูรักผัก เผื่อจะทำให้น้องนะโมไม่เกลียดผักเหมือนกับเด็กหลาย ๆ คนไงครับ

เล่มที่ 2 เป็นเมนูอาหารสมอง โดยมีเมนูน่าหม่ำที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กจำนวน 55 เมนูเลยทีเดียว

เล่มสุดท้ายเป็นเมนูน่าหม่ำ ซึ่งทั้ง 3 เล่ม มีเมนูสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 3 ปี แยกอายุแยกเมนูอย่างชัดเจน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะถูกอกถูกใจน้องนะโมซักเมนูล่ะน่า

รวม ๆ แล้วเยอะจัด โอ้ยยยยยยย มึน :shock:
เอาเป็นมาพ่อชิดเขียนรายละเอียดของหนังสือไว้ที่นี่ครับ http://food.namozaa.com/