ที่จังหวัดพะเยามีพระประจำจังหวัดคู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพสักการะของผู้คนในจังหวัดพร้อมทั้งผู้คนที่เดินทางมาเที่ยว คือ “พระเจ้าตนหลวง” ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีโคมคำ(หรือวัดพระเจ้าตนหลวง) วันนี้พ่อใจดีพาแม่กะนะโมมาไหว้พระเจ้าตนหลวงเพื่อความเป็นศิริมงคลก่อนกลับจังหวัดตาก พอไปถึงก็ต้องร้องอ๋อว่าทำไมถึงชื่อพระเจ้าตนหลวง ก็องค์พระนั้นยิ่งใหญ่สมชื่อจริง เอานะโมมาเรียงต่อกันสักร้อยคนก็ยังได้ไม่ถึงครึ่งของตัวพระ แต่ที่นะโมชอบมากก็ตรงบริเวณวัด ร่มรื่นน่าคลานเล่นมากๆ เลย แต่ผมยังต้องอยู่ในท้องแม่อีกนาน แค่คิดไว้ก่อนเท่านั้นแหละคร๊าบ
พ่อชิทท์เคยไปถามลักษณะการดูท้องว่าลักษณะอย่างไรจึงเป็นลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิง ซึ่งก็ได้คำตอบมา 2 อย่างคือ 1.ดูที่สะดือคุณแม่ถ้าหงายหรือจุ๋นเป็นผู้ชาย สะดือคว่ำเป็นผู้หญิง 2. ดูที่ท้องของคุณแม่ ถ้าท้องแหลมเป็นผู้ชาย ท้องกลมเป็นผู้หญิง ตอนแรกท้องแม่นุ้ยก็ไม่ได้แหลมหรอก แต่พอนะโมโตขึ้นทุกคนที่เห็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่นุ้ยท้องแหล๊ม แหลม(เดินท้องชี้หน้ามาก่อนเลยนะ) แล้วส่วนใหญ่เค้าจะทายกันว่า “สงสัยผู้ชายแน่เลย” แปลกจังเค้าทายถูกด้วย นี่ถ้าพ่อชิทท์มาได้ยินคงยิ้มหน้าบานตอบกลับทันควัน “ถูกต้องแล้วครับ” ก็นะโมเป็นลูกชายคนแรกที่พ่อชิทท์เฝ้ารอมานานนี่ครับ
พอกลับมาอยู่บ้านพ่อกะแม่ก็ต้องพานะโมไปหาหมอ คราวนี้ไม่ได้ไปคลินิกอีกแล้ว พ่อพาเราไปโรงพยาบาลชื่อ “พะเยาราม” เป็นโรงพยาบาลเอกชน ผู้คนไม่เยอะเท่าไหร่ พยาบาลที่นี่หน้าตายิ้มแย้มแถมสวยๆ ทั้งนั้น นั่งหลีพี่พยาบาลอยู่นาน นะโมก็ยังไม่รู้เลยว่าพ่อกะแม่พามาทำอะไร กระทั่งพี่พยาบาลคนสวยมาเรียกให้เข้าพบคุณหมอ เดินเข้าไปนึกว่าจะเจอหมอสวยๆ ที่ไหนได้เป็นหมอผู้ชายเลยไม่น่าสนใจเท่าไหร่ ฟังผู้ใหญ่คุยกันได้สักพักก็พอจับใจความได้ว่า พ่อพาแม่มาฝากครรภ์เพื่อเตรียมตัวคลอดนะโมนั่นเอง (พ่ออยากให้กลับมาคลอดที่พะเยา เลยต้องมาฝากครรภ์ที่พะเยารามอีกที่นึง) ดูท่าทางพ่อจะตื่นเต้นมากกว่าแม่เสียอีก (เหมือนกับตัวเองจะคลอดเองงั้นแหละ) พอคุณหมอตรวจเสร็จก็พาไปอัลตร้าซาวน์อีกเป็นครั้งที่ 4 คราวนี้ไม่ธรรมดา เพราะเป็นการอัลตร้าซาวน์แบบ 3 มิติซะด้วย เลยทำให้พ่อกะแม่เห็นความสมบูรณ์ของนะโมชัดเจนมากกว่าทุกครั้ง คุณหมอบอกว่านะโมสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมาก ๆ และยืนยันว่านะโมจะได้ฤกษ์ออกมาดูโลกไม่เกินวันที่ 8 มกราคม 2551 ปัจจุบันผมมีอายุ 29 สัปดาห์แล้วครับผม
ไม่นึกไม่ฝันว่าบ้านยายจะมีเรื่องให้ตื่นเต้นมากมาย พอนะโมเดินทางมาถึงแม่ก็ชี้ให้ดูอะไรบางอย่าง มันตัวโตมาก ตั้งแต่เป็นคนมานะโมยังไม่เคยเห็นปลาอะไรตัวโตแถมอ้วนอีกต่างหาก (มองแล้วนึกถึงปลาเผาคงอร่อยน่าดู อิ อิ) แล้วแม่ก็บอกว่า “นี่ไงนะโม ! ข้าวโพดที่แม่พูดถึง” พอแม่พานะโมเข้าไปดูใกล้ๆ เจ้าข้าวโพดก็ว่ายน้ำมาหาด้วย ท่าทางสง่างาม ปนกับความดีใจที่จะมีคนมาเล่นด้วย มันว่ายน้ำพร้อมกับส่ายหน้าไปมาดุ๊กดิ๊กๆ เสร็จจากทักทายข้าวโพดแม่ก็พาผมเดินมาหลังบ้านแล้วแม่ก็เรียก ปุ้ย ๆ ๆ พี่กลับมาแล้ว ไม่ทันขาดคำสุนัขพันธุ์ไทยหน้าตาซื่อบื่อตัวหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาพร้อมกับแกว่งหางดุ๊กดิ๊กๆ ใบหน้าของมันนั้นไม่ต้องบอกว่ามันจะดีใจสักแค่ไหน เพราะก่อนที่มันจะมาถึงตัวของแม่มันก็กระโดดกอดแข้งกอดขาแม่พร้อมกับเสียงครางดังหงิ๋งๆ ทักทายก่อนแล้ว เสียเวลาทักทายเจ้าปุ้ยไปครู่ใหญ่พอเดินกลับเข้าบ้านก็พบผู้คนมากมายที่มาเที่ยวหาแม่กะนะโมแต่เช้า ก็เค้ารู้ว่านะโมสุดหล่อจะมา เค้าก้รีบมาขอลายเซ็นกันนะซี้
