Sep 27

ช่วงนี้เป็นช่วงระทึกของพี่นักเรียนทุกคน เพราะถึงเวลาต้องทดสอบความรู้วัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน พ่อชิทท์กะแม่นุ้ยจึงยุ่งซะไม่มี (มีพ่อแม่เป็นคุณครูก็งี้) โดยเฉพาะนะโมต้องอยู่เป็นเพื่อนแม่ทำงานดึกมาหลายคืน บางทีแม่นั่งทำงานนานๆแล้วนะโมอึดอัด จึงงอนแม่นิดหน่อยด้วยการกระตุกเท้าทิ่มท้องแม่ จริง ๆ นะโมก็รู้นะว่าแม่เค้าทำงานหาเงินไว้ให้นะโมน่ะแหละ แต่ด้วยความไร้เดียงสาบวกกับความซนนิดหน่อยเลยทำให้นะโมทำไปด้วยความไม่รู้ แต่นะโมว่าแม่เข้าใจนะ เพราะแม่ก็รู้ว่าการนั่งทำงานนาน ๆ ทำให้ปวดหลังมาก และนะโมก็โตขึ้นทุกวัน เวลาแม่จะทำอะไรก็รู้สึกอึดอัดและลำบากมากขึ้น บางวันแม่สอนพี่นักเรียนจนเท้างี้บวมเบ่ง แต่แม่ก็อดทนไม่บ่นสักคำ(สงสารแม่จัง) นี่ขนาดนะโมอายุแค่ 26 สัปดาห์นะนี่ อีกหน่อยแม่คงลำบากมากกว่านี้เยอะ ผลพวงของความเครียดจากการทำงานทำให้แม่เบื่ออาหาร ทานข้าวไม่อร่อยแต่แม่ก็ไม่เคยทิ้งนะโม ยังหาของที่มีประโยชน์ให้นะโมทานทุกวัน ทั้งยังดื่มนมวันละ 3 แก้ว นะโมรู้สึกว่าแม่รักนะโมมาก ต่อไปนะโมขอสัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่ซนกับแม่อีกแล้วนะคร๊าบ แม่จ๋า…นะโมขอโทษ

Sep 21

สัปดาห์นี้นะโมอายุครบ 25 สัปดาห์แล้ว พัฒนาการที่เห็นได้ชัดคือนะโมจะดิ้นแรงขึ้น และรู้จักการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกเช่น ถ้าได้ยินเสียงดังหนวกหู หรือได้ยินเสียงคุณแม่เรียกนะโมจะดิ้นทันที โดยเฉพาะเวลาหิว หากคุณแม่ยังไม่ทานข้าวสักที นะโมจะประท้วงโดยการดิ้นให้คุณแม่รู้ หรือถ้าคุณแม่ทานอาหารเสร็จได้สักพัก นะโมจะดิ้นนิดหน่อยเหมือนชอบใจที่ได้ทานอาหารอิ่มแล้ว คุณแม่คนอื่นที่มีอายุครรภ์ประมาณนี้คงรู้ดีว่าเวลาที่ลูกดิ้นนั้น คุณแม่จะมีความสุขมากแค่ไหน เพราะนอกจากจะแสดงว่าลูกสมบูรณ์แล้ว ยังรู้สึกรักและผูกพันกันมากขึ้น คุณหมอแนะนำให้แม่นุ้ยว่าถ้าอยากให้นะโมฉลาดและอารมณ์ดี ไม่งอแงเวลาคลอดออกมา ให้เปิดเพลงบรรเลงให้นะโมฟังเบา ๆ เล่นและพูดคุยกับนะโมเวลาที่โมดิ้น ไม่ต้องกลัวคนอื่นจะว่าแม่นุ้ยบ้า เพราะถึงบ้าก็บ้ารัก..”นะโม”

Sep 15

ตั้งแต่แม่นุ้ยท้องนะโมมาจนถึงปัจจุบันนะโมมีอายุได้ 24 สัปดาห์แล้ว ทั้งแม่และผมยังไม่มีโอกาสกลับบ้านที่พะเยาอีกเลย พ่อชิทท์บอกผมว่าระยะทางมันไกลกลัวแม่และผมเหนื่อย เดี๋ยวพ่อจะมารับกลับตอนโรงเรียนปิดเทอม ตั้งแต่นั้นมาผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอวันนั้น จนตอนนี้ถ้าจะนับก็เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์แล้ว ผมจะได้กลับไปพะเยาที่นั่นมีหลายสิ่งรอผมอยู่ หนึ่งในนั้นคือข้าวโพด อะอะอย่าเข้าใจผิดคิดว่าโมเห็นแก่กินนะ ..ข้าวโพด..เป็นชื่อปลาหมอสีที่พ่อชิทท์เลี้ยงไว้ตั้งนาน..แล้วเลี้ยงก่อนที่จะมีนะโมเสียอีก ทำไมโมถึงรู้นะหรือก็แม่เล่าให้ฟังไง ตอนแรกพ่อก็เลี้ยงไว้หลายตัวเหมือนกันสีสวยๆทั้งนั้น แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตกันหมดปัจจุบันก็ยังไม่ทราบสาเหตุการตาย แต่ยังดีที่ข้าวโพดรอดมาได้พอนะโมคลอดก็คงได้เห็นตัวจริงของมันเป็นแน่ ทุกวันนี้ข้าวโพดอยู่เฝ้าบ้านให้ยายด้วยความซื่อสัตย์ถึงแม้จะไม่มีเพื่อนเพราะกว่าทุกคนจะกลับบ้านก็เย็นมากแล้ว มันเลยเหงาแต่พอเห็นคนมาหาเท่านั้นมันจะลุกลี้ลุกลนยิ่งกว่าปลากระดี่ได้น้ำเสียอีก อาหารที่มันชอบคือสาหร่ายเขียวชนิดเม็ด(แข็งมากๆ)หรือเปล่าเพราะเห็นมันกินจนตัวเขียวตามสาหร่ายไปแล้ว(จริงๆมันต้องกินเพราะความอยู่รอดมากกว่า) อาหารโปรดของข้าวโพดคือกุ้งมันจะกินจนพุงกางกินจนหมดแม้ตัวสุดท้าย แต่น่าสงสารที่นานๆข้าวโพดจะได้กินกุ้งกับเค้าสักครั้งถ้าพ่อมีเวลา แต่รอก่อนนะข้าวโพดนะโมสัญญาว่าถ้ากลับบ้านเมื่อไหร่ นะโมจะอยู่เป็นเพื่อนช่วยเฝ้าบ้านให้อีกคน รอนะโมก่อนนา…..

Sep 14

หลังจากที่ทราบกันแล้วว่าพ่อชิทนั้นอยู่ไกลกับนะโมมากๆ ทุกวันนะโมจึงอยู่กับแม่นุ้ย ได้ยินแต่เสียงหวานๆ มืออุ่นๆนิ่มๆและลูบเบาๆเวลาที่นะโมดิ้น จนคุ้นเคยและทุกครั้งที่ได้รับสัมผัสจากแม่นุ้ยนะโมก็จะตอบรับทันที ก็รู้แล้วนี่ว่าแม่อยากคุยกับนะโมแล้ว แต่มีวันหนึ่งจู่ๆก็มีเสียงแปลกประหลาดโผล่มา เรียกนะโมครับๆๆๆ โมตกใจมากเลย เสียงใครก็ไม่รู้เรื่องอะไรจะตอบ พอโมไม่ตอบเท่านั้น แทนที่จะเงียบไป กลับเป็นว่าต่อไปไม่เรียกเฉยๆยังมีมืออุ่นมากๆ (ร้อนนั้นแหละ) มาประกบตัวนะโมอีก โมงี้ตัวแข็งไม่กระดุกกระดิกเลย ได้แต่ร้องเรียกให้แม่มาช่วย โดยการดิ้นเบาๆเผื่อแม่จะรู้และมาลูบโมเบาๆเหมือนอย่างเคย แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ขอสัมผัสที่คุ้นเคย เสียงหวานๆของแม่ก็แว่วมาบอกกับโมว่า “นะโมจ๋า ดิ้นหน่อยซิลูกพ่อมาหาหนูแล้วนะ” เท่านั้นแหละโมดีใจรีบดิ้นรับแม่ทันทีแล้วทุกครั้งที่โมดิ้นก็จะมีมือสองมือมาลูบเบาๆเสมอ จนโมคุ้นเคยและโมก็เริ่มเรียนรู้ว่าสัมผัสที่โมไม่คุ้นเคยนั้น ที่แท้ก็พ่อชิทของหนูนั้นเอง แต่กว่าจะรู้ก็ถึงเวลาที่พ่อต้องกลับเสียแล้ว ว้า…คิดถึงพ่อจัง

นับอายุน้องนะโม